รีวิวหนัง แสงกระสือ : Inhuman Kiss

แสงกระสือ

แสงกระสือ หนังเล่าถึง ‘สาย’ (ภัณฑิรา พิพิธยากร) วัยรุ่นสาวที่ค้นพบว่าช่วงกลางคืนตนเองแปลงเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวซึ่งสามารถถอดหัวออกมาจากร่างออกหากินเครื่องในสิ่งมีชีวิตยามยามค่ำคืนได้ ซึ่งราษฎรเรียกกันว่า ‘ผีกระสือ’ เธอกุมความลับนั้นไว้กับตัวโดยมีเพียงแค่ ‘น้อย’ (โอบนิธิ ทิวทัศน์รรธนวรางค์) ที่รู้ความลับและมานะหาทางรักษา ท่ามกลางความหวาดกลัวจากกลุ่มราษฎรที่ออกตามล่าผีกระสือในช่วงกลางคืน โดยมี ‘เจิด’ (สพล อัศวมั่นคง) ชายหนุ่มที่แอบรักสายอยู่ในกลุ่มตามล่าผีกระสือด้วย . หนังมันผลิตขึ้นมาจากความเชื่อถือต่อภูติผีปีศาจตัวนึงที่เรียกว่าผีกระสือ แต่ว่าสามารถนำพาผู้ชมไปเจออะไรที่มากกว่าหนังภูติผีปีศาจปกติ มันมีทั้งยังความโรแมนตำหนิคเกี่ยวกับรักของวัยรุ่น มีอารมณ์ความสุภาพอ่อนโยน แสดงให้เห็นว่าภูติผีปีศาจมันไม่ได้ต้องน่าขนลุกต้องไล่ฆ่าคนสิ่งเดียวแต่ว่ามันก็มีหัวจิตใจนะ ในด้านอารมณ์คือหนังทำเป็นดีเยี่ยมๆอย่างยิ่งจริงๆ ถึงแม้ในด้านความโรแมนตำหนิคอาจจะไม่ได้ดีสักเท่าไหร่เนื่องจากว่าแกนหลักของหนังมันคือเรื่องความรักอะไรทำนองนี้ควรทำให้ดีมากยิ่งกว่านี้สักหน่อยในเรื่องนี้ แต่ว่าในด้านอื่นๆจัดว่าสอบได้ มันแสดงให้เห็นว่า หนังเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อถือไทยๆมันดีได้ ถ้าเกิดคุณมือถึงพอจริงๆแสงผีกระสือมันเป็นหนังตัวอย่างที่ว่า เอาของโบราณ มาปัดฝุ่นแล้วก็ทำให้มันดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมให้กับยุคสมัย แล้วก็แก้ไขให้มันมีความแตกต่างหรือหลุดออกมาจากรอบเดิมๆว่า หนังเรื่องภูติผีปีศาจอะไรพวกนี้มันควรจะเป็นอย่างงี้ๆนะ ในด้านโปรดักชั่นเทียบเท่าระดับหนังต่างชาติดีๆเรื่องนึงได้เลย โปรดักชั่นดีเยี่ยม ทั้งยังภาพ แล้วก็งานCG รวมไปถึงดนตรีประกอบที่บิ้วอารมณ์พวกเราได้ดีเลยทีเดียว . ภายหลังที่ผมได้ดูหนังเรื่องนี้ มอเตอร์ด้านความนึกคิดในหัวสมองของผมมันหมุนปฏิบัติงานอย่างเร็ว คือมันเสมือนไปกระตุ้นว่า ของโบราณมันไม่ได้หมายความว่าจะดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ ลองเอาของโบราณๆมาคิดใหม่ทำใหม่แล้วจะได้สิ่งที่ดีกลับมา คือมันสร้างอินสไปร์เรชั่นด้านความนึกคิดแบบสุดๆถือว่าเป็นหนังที่น่าเอาใจช่วยเรื่องนึงของไทยเลยขอรับ . สรุป เป็นหนังความเชื่อถือไทยๆที่พวกเราสามารถเอาไปอวดฝรั่งได้เลยว่า หนังความเชื่อถือประเทศฉันไม่ได้มีแต่ว่าไอ้จิ้งเหลนยักของอีสานที่สู้กับนก หรือมีแต่ว่าหนังผีที่ขายjump scareจนกระทั่งน่าเอียนเชิญแหวะไปทั้งยังเรื่อง แต่ว่าหนังความเชื่อถือเก่าๆมันก็สามารถทำให้มันมีอะไรมากกว่านั้นได้ งานโปรดักชั่นคือสุดยอดจริงๆถ้าหนังเรื่องนี้ได้งบประมาณมากกว่านี้หละก็จะออกมาสมบูรณ์แบบมากมายๆอย่างยิ่งจริงๆ คะแนน 8/10

ดู Slam Dunk การ์ตูนบาส ที่ดีที่สุดตลอดกาล

slam dunk

การ์ตูน Slam Dunk ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ กำเนิดเมื่อวันที่ 21 เดือนมกราคม พ.ศ. 2510 ที่ จังหวัดค้างโกชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เขาเริ่มเป็นนักวาดการ์ตูนและก็ได้รับรางวัล “Tezuka Prize” จากผลงานเรื่อง “Kaede Purple” ในปี 1988 ต่อจากนั้นในปี 1989 “ค้างเมเลียนเจล” ผลงานเรื่องยาวเรื่องแรกซึ่งเป็นแถวสืบสาวเบาสมองของเขาก็ได้ลงพิมพ์ในวารสารโชเน็นรายสัปดาห์ แต่ทว่าพิมพ์ได้เพียงแต่ 12 สัปดาห์ก็ถูกตัดจบ และก็มาถึงผลงานระดับพรีเมี่ยมของเค้า ที่ทำให้ชื่อของเขามีชื่อเสียงจนกระทั่งเริ่มเลื่องลือเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอลเรื่อง “SLAM DUNK” ที่จำหน่ายได้กว่า 100 ล้านเล่มทั่วโลก เรื่องราวโดยประมาณ ซากุรางิ หนุ่มที่ท๊อปฟอร์มด้านการอกหักจากผู้หญิงได้พบรักครั้งใหม่ในสถานที่เรียนของเค้า ฮารุโกะ และก็นั่นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งผอง เดิมที ซากุรางิ มักจะมีเรื่องมีราวชกต่อยกับบุคคลอื่นไปทั่ว โน่นก็เพราะเหตุว่าทรงผมอันสะดุดตาและก็กวนโอ๊ยคนอีกจำนวนไม่น้อย แต่ไม่เคยมีผู้ใดกันสามารถคว่ำเค้าได้เลยสักคน ถัดมาชีวิตของเค้าก็ได้แปรไปตลอดกาลเมื่อได้ไปพบกับ ฮารุโกะ หญิงสาวที่บ้าบาสเป็นอย่างมากกกกกกก !! ด้วยความวิปลาสๆบอๆของ ซากุรางิ เค้าเลยตกลงใจที่จะเข้าชมรมบาสเพื่อให้ ฮารุโกะ มาพึงพอใจ แต่ว่าแล้วไปๆมาๆบาสนี่แหละทำให้เค้าต้องเจอสิ่งใหม่ที่เค้าชอบและก็มุ่งมั่นกับมัน ซากุรางิ ได้ร่วมกับกลุ่ม โชโฮระอุ และก็วัตถุประสงค์ของกลุ่มนี้มันก็คือชิงที่ 1 ระดับประเทศนั่นเอง แต่ว่าเรื่องราวมันก็ไม่ใช่ง่ายถางเอาซะเลย ตกลงว่าไปหามาอ่านกันเหอะขอรับ เนื่องจากว่าเรื่องราวมันมากเกินกว่าที่จะมาเขียนให้อ่านหมด (ฮา) แต่ว่าค้ำประกันความสนุกสนานร่าเริงเลย สรุปดีเลิศ ไม่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องบาสก็อ่านเข้าใจง่าย อ่านเลยขอรับ เดือดแน่ๆ ก็สิ้นสุดกันไปแล้วกับบทความรีวิวการ์ตูนมังงะ SLAM DUNK เอาจริงนี่ก็เป็นการ์ตูนดังพอสมควร มั่นใจว่าต้องมีคนที่เคยอ่านมากไม่น้อยเลยทีเดียวกกกกกก แต่ว่าก็เผื่อมีบุคคลที่พลาดมันไปผมก็ต้องการจะแนะนำให้ไปทดลองหามาอ่านกันครับผม ยืนยันว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ ส่วนบทความต่อๆไปผมจะเอาเรื่องอะไรมารีทิวทัศน์แนะนำอีกก็คอยอ่านกันได้เลย แล้วเจอะกันขอรับ !!!

แฮรี่พอตเตอร์ 3

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban แฮรี่พอตเตอร์ 3กับผู้ต้องขังแห่งอัซคาบัน เรื่องราวของผู้ต้องขังจากคุกอัซคาบัน ซีเรียส กางล็คที่หลบซ่อนหนีจากคุกสุดแน่นหนาลือกันว่าเขาเป็นลูกสมุนคนเก่งของผู้ที่คุณไม่ควรเอ่ยนามเขาว่าซีเรียสออกมาจากตารางครั้งนี้มีจุดหมายเพื่อมาฆ่าพ่อมดน้อย แฮปรี่ เพียงพอตเตอร์ ทำเอาพวกผู้คุมวิญญานออกตามหาตัวกันจ้าละหวั่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพากันมาสิงอยู่ในสถานที่เรียนฮอว์ตวอตให้เป็นที่หวาดหวั่นกันไปทั่วเนื่องจากเกียรติการดูดเอาความสำราญทั้งมวลออกมาจากร่างของเหยื่ออย่างไร้ความปราณีHarry Potter and the Prisoner of Azkaban แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ผู้ต้องขังแห่งอัซคาบัน (Harry Potter and the Prisoner of Azkaban) แฮร์รี่ พอตเตอร์ จำเป็นต้องดำเนินชีวิตตอนหน้าร้อนที่บ้านลุงและก็ป้าของเขาเสมือนอาทิเช่นเดิม แต่ว่าปีนี้จะต่างจากทุกคราวเนื่องจาก เด็กนักเรียนปีสาม ที่ฮอกวอตส์ สามารถท่องเที่ยวหมู่บ้านฮอกส์มี้ดได้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีลายเซ็นจากผู้ดูแล ทำให้แฮร์รี่จำเป็นต้องปฏิบัติตนเป็นระเบียบ ทรหดอดทนต่อคำด่าเปรียบเปรยของลุงและก็ป้า เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ลุงของเขาจะเซ็นเอกสารสิทธิ์ให้ แต่ว่าสุดท้ายแฮร์รี่ก็ไม่สามารถทนกับคำกล่าวที่ว่าร้ายบิดา แม่ของเขา ของ ป้ามาร์จได้ ด้วยความฉุนเฉียวจึงเสกคาถาใส่ป้ามาร์จ กระทั่งคุณพองลม ลอยละลิ่ว แฮร์รี่จึงเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหาทำผิดว่าด้วยการเสกคาถาในขณะยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยทันที เขาตกลงใจหนีออกจากบ้าน และก็ได้ขึ้นรถประจำทางอัศวินรัตติกาลโดย บังเอิญ ซึ่งบนรถเมล์นี้เอง แฮร์รี่ได้ทราบข่าวสารการแหกเรือนจำของ ซีเรียส กางล็ก ที่ว่ากันว่าเป็นมือขวาของคนที่คุณก็รู้ว่าคนไหนกันแน่ จากคนเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์ เมื่ี่อแฮร์รี่เดินทางมาถึงร้านค้าหม้อใหญ่รั่ว เขาได้เจอกับ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ ซึ่งฟัดจ์ก็มิได้เอาการแฮร์รี่ ที่เขาเสกป้ากระทั่งตัวพอง ทำให้เขาปราศจากความไม่ถูก ต่อมาเขายังได้รู้ว่า ซีเรียส กางล็ก หนีออกจากคุกมาเพื่อตามฆ่าเขา สำหรับการเดินทางกลับไปยังฮอกวอตส์ของแฮร์รี่ ระหว่างทางได้มีกลุ่ม ผู้คุมวิญญาณ มาตรวจค้นรถไฟเพื่อจะค้นหาตัว ซีเรียส กางล็ก ทำให้แฮร์รี่ถึงกับหมดสติไป โชคดีที่ รีมัส ลูปิน คุณครูวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่อยู่บนรถไฟด้วย และก็ได้เสกคาถาผู้รักษาไล่ผู้คุมวิญญาณไป ที่ฮอกวอตส์ แฮร์รี่ พบว่าผู้คุมวิญญาณประจำอยู่ทุกทางเข้าของสถานศึกษา เพื่อติดตามค้นหาซีเรียส กางล็ก แต่ว่าพวกมันไม่บางทีอาจเข้าไปในวังได้ ด้วยคำสั่งและก็ความต้องการของดัมเบิลดอร์ ที่ไม่อยากให้ผู้คุมวิญญาณเข้ามาในฮอกวอตส์ ตราบเท่าที่เขายังเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ แฮร์รี่ ได้รับ แผนที่ตัวกวนที่แสดงแผนที่และก็เส้นทางทั้งหมดทั้งปวงในฮอกวอตส์ รวมทั้งเส้นทางลับต่างๆจาก เฟร็ด และก็ จอร์จ พี่ชายของรอน ทำให้เขาสามารถแอบท่องเที่ยวที่ฮอกส์มี้ดได้ และก็แอบได้ยินคุณครูคุยกันว่า สิเรียส กางล็ก โดยความเป็นจริงแล้วคือสหายของบิดาเขา ที่ทรยศหักหลังไปร่วมกับโอ้อวดลเดอมอร์ ทำให้พ่อแม่เขาถูกตาย แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องไขปริศนาว่าเเท้จริงแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นยังไง สิเรียส กางล็ก คือสหายทรยศของบิดาเขา สมุนมือขวาของโอ้อวดลเดอมอร์จริงหรือไม่ และก็จำเป็นต้องช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ก่อนจะสายเกินไป..

รีวิว แฮรี่พอตเตอร์ 4

แฮรี่พอตเตอร์ 4

แฮรี่พอตเตอร์ 4 แฮร์รี่และเพื่อนฝูงๆจากวิสลีย์ไปดูควิดดิชเวิลคัพ แล้วมีตรามารขึ้นพร้อมผู้เลพความตายออกก่อกวนจังหวัดพังงาน แฮร์รี่หนีมาได้ แฮร์รี่กลับมาเรียนปีสี่ มีการจัดการแข่งขันเวทสนธิสัญญาไตรภาคีระหว่าง ฮอกวอตส์ โบบาตงซ์ และเดขอบสแตรงจ์ โดยผู้ที่จะเข้าชิงชัยจำเป็นจะต้องหย่อนยานชื่อของตัวเองลงไปในถ้วยไฟ ซึ่งจะดีดชื่อของตัวแทนสถานศึกษาที่ได้รับการเลือกเฟ้น ตัวแทนของโบซ์บาตงเป็น เฟลอร์ เดอลากูร์ ตัวแทนของเดิร์มสแตรงเป็น วิกเตอร์ ครัม ตัวแทนของฮอกวอตส์เป็นเซดริก ดิกกอรี่จากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ และคนในที่สุดเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์ซึ่งอายุไม่ถึงเกณฑ์และได้รับเลือกด้วย ทำให้ทุกคนพากันมีความรู้สึกว่าเขาใช้กลโกงเพื่อได้เป็นตัวแทน และผิดใจกับรอนจนจำต้องรับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากเฮอร์ไมโอนี่ แฮร์รี่แอบรักโชแชง ภารกิจแรกสู้กับมังกร แฮร์รี่ได้พันธุ์มังกรดุที่สุด แต่ว่าก็ใช้ความถนัดขี่ไม้กวาดชิงไข่ทองคำมาได้ โดยไข่ทองคำจะถูกใช้ในภารกิจลำดับที่สอง โดยระหว่างนั้นก็มีงานเต้นรำ แฮร์รี่คู่กับปาราวตี พาว่ากล่าวล รอนคู่กับปัทมา พาว่ากล่าวล เฮอร์ไมโอนี่คู่กับครัม แฮร์รี่ปรับแต่งปัญหาไข่ทองคำได้เป็นจำต้องช่วยผู้ที่ตัวเองรักในใต้น้ำซึ่งหมายถึงรอนและแฮร์รี่ทำสำเร็จและแฮร์รี่ชนะภารกิจลำดับที่สองรวมถึงภารกิจแรกด้วย ภารกิจในที่สุดเป็นตัวแทนจำเป็นจะต้องฝ่าด่านต่างๆในเขาวงกตซึ่งประกอบไปด้วยสัตว์ประหลาดต่างๆแฮร์รี่และเซดริกไปถึงถ้วยสนธิสัญญาไตรภาคีซึ่งอยู่ตรงกลางของเขาวงกตพร้อม ทั้งคู่ตัดสินใจว่าในเมื่อพวกเขาร่วมฝ่าด่านและภารกิจทั้งยังสามมาด้วยกัน (โดยแฮร์รี่บอกเซดริกเกี่ยวกับภารกิจแรก และเซดริกบอกใบ้แฮร์รี่เกี่ยวกับภารกิจลำดับที่สอง)จำเป็นต้องจะจับถ้วยพร้อม และอย่างไรก็ตาม ชัยก็ยังคงเป็นของฮอกวอตส์อยู่ดี ถ้วยสนธิสัญญาไตรภาคีในความเป็นจริงแล้วเป็นกุญแจนำทางซึ่งพาพวกเขาทั้งคู่คนไปยังสุสาน ที่ที่พวกเขาพบกับปีเตอร์ เพ็ตว่ากล่าวกรูว์ (หรือหางหนอน) และลอร์ดโม้ลเดอมอร์ เซดริกถูกปีเตอร์สังหารในทันทีโดยใช้คำแช่งพิฆาต และกรีดเลือดของแฮร์รี่เพื่อนำไปใช้ในพิธีการปลุกชีพลอร์ดโม้ลเดอมอร์ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้โม้ลเดอมอร์สามารถสัมผัสตัวแฮร์รี่ได้และมีพลังมากยิ่งกว่าเดิม แฮร์รี่สู้กับโม้ลเดอมอร์และชนะมาได้ไพเราะศูนย์กลางไม้กายสิทธิ์รังแกกันมิได้ และพาร่างไม่มีวิญญาณของเซดดริกมาด้วย และอาจารย์มูดดี้ก็ถูกเผยตัวว่าเป็นผู้เสพความตายปลอมตัวมาชื่อ บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังทั้งสิ้น ภายหลังที่ดัมเบิลดอร์รู้แจ่มแจ้งแล้วว่าโม้ลเดอมอร์คืนกลับชีพอีกครั้ง จึงเริ่มเก็บสมาชิกและตั้งขึ้นพรรคนกฟีนิกซ์ขึ้นมาใหม่ ในตอนที่มีการกล่าวมาว่าคาร์ค้างรอคอยฟ อาจารย์ใหญ่ของเดิร์มสแตรงก์และสเนปเคยเป็นผู้เสพความตายมาก่อน บาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ถูกผู้คุมวิญญาณจุมพิตดูดวิญญาณออกไปเสียก่อนที่จะให้การอีกครั้งกับรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คาถาคอร์นีเลียส ฟัดจ์ แฮร์รี่ถือเป็นผู้ชนะสำหรับเพื่อการชิงชัยแข่งขันเวทย์สนธิสัญญาไตรภาคีและได้รับรางวัลทองหนึ่งพันเกลเลียน แต่ว่าเขาไม่ยินดีกับมันแม้แต่น้อย เขาเพียรพยายามมอบรางวัลทองพันเกลเลียนให้บิดามารดาของเซดริกแต่ว่าทั้งคู่ไม่รับ แฮร์รี่จึงมอบให้กับญาติพี่น้องแฝดเฟร็ดกับจอร์จ วีสลีย์แทน เพื่อเป็นทุนสำหรับเพื่อการตั้งร้านของเล่นดีเลิศ

แนะนำเว็บดูหนังใหม่ Movie150

ดูหนัง

ชี้แนะเว็บไซต์ดูหนังใหม่ ที่ดี่ที่สุดเต็มเรื่อง ชัดระดับ hd มองง่ายผ่านมือถือ mobile บน tv คอม ได้อย่างรวดเร็วและอัพเดทหนังใหม่ทุกวัน พร้อมระบบ player ที่รวดเร็วมองง่าย พวกเรามีระบบแจ้งลิ้งเสียอย่างเป็นระบบ Update 24 ดู เป็นเว็บไซต์น้องใหม่ที่มีหนังครบถ้วนรวดเร็วและมีระบบดูหนังที่นิ่ง ทำให้มองในจำนวนมหาศาลพร้อมทีเดียวได้พวกเรา ก็เลยชี้แนะเว็บไซต์ movie-1st.com ให้กับทุกคนได้ดูหนัง กันอย่าง เพลินๆจะลืมวันกันเลยล

Game of Thrones Season 8 รีวิวหนัง

Game of Thrones Season 8

Game of Thrones Season 8 บทในที่สุดที่ซีรี่ย์ จะเป็นเยี่ยงไรเมื่อ The Walking Dead มาเยือน เมือง Winterfell จะมีชะตาเป็นแบบไหน วันนี้พวกเราจะมาเอ๋ยถึง และรีวิวกันเพราะว่า Winter is Coming ! ต้อนรับการกลับมาของหน้าหนาวภูติ ซึ่ง Season 8 เป็นฤดูกาลในที่สุดแล้ว และมีจำนวนตอนเพียงแค่ 6 ตอนแค่นั้น ซึ่งเป็นการปิดม่านฉากของซีรี่ย์ที่พวกเราสามารถจะกล่าวได้ว่าดังสูงที่สุด เป็นกระแสสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ โดยรายละเอียดที่จะเอ๋ยถึงกันนี้จะมีการสปอยเกิดขึ้นบ้างแน่นอน แม้กระนั้นทางผู้เขียนรู้สึกว่าคงมีคนไม่ใช่น้อยทราบกันมาบ้างแล้ว เมื่อทุกคนมีศัตรูร่วมกัน หลังจากความขัดแย้งของแต่ละเชื้อสายที่ฆ่าฟัน แย่งบัลลังก์กันอย่างบ้าคลั่ง ก็จำเป็นต้องหันมาประสานมือกันอย่างเสียมิได้ เพื่อต่อสู้เอาชีวิตรอด การต่อสู้คราวนี้มีเดิมพันเป็นความมีชีวิตรอดของคนเรา ถ้าหากแพ้ก็คงจะไม่เหลือมงกุฎให้แย่งกันอีกต่อไป ในบทสุดท้ายพวกเราจะได้มองเห็นการกลับมาของตัวละครหลักที่มาพร้อมทั้งความเก๋าที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น Arya Stark และ Jon Snow และ Mother of Dragon สุดงามอย่าง Daenerys Tagaryen ขวัญใจของชายหนุ่มๆทั้งยังในและนอกจอ เปิดมาก็เข้มข้นกันเลยสำหรับทีแรกๆของ Season 8 ภายหลังที่ Jon Snow ได้พากองทัพแปลกหน้ามาที่ปราสาท Winterfell เพื่อเข้าร่วมสู้กับกองทัพซอมบี้ White Walker แม้กระนั้นคนกรุงรวมไปถึงน้องสาวของตน ก็ดูเหมือนไม่ค่อยวางใจในตัวแม่มังกร Daenerys มากสักเท่าไหร่ ก็เลยทำให้เกิดความขัดแย้งกัน ในขณะที่สามจะทำให้พวกเราได้มองเห็นถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดของตัวละครสำคัญใน GOT และแน่นอนว่าการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องมีการสูญเสียของตัวละครสุดรักของคนไหนบ้างแน่นอน แม้กระนั้นจะเป็นคนไหนนั้น ไปดูคุ้นเคยจะดีมากยิ่งกว่านะ แม้กระนั้นนอกเหนือจากการที่จะมีฉากแอ็คชั่นที่สุดจะดุเดือดแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยความเข้มข้นในตัวละคร การนำเสนอความเชื่อมโยงที่มั่นคงของตัวละครที่ต่อสู้เคียงข้างกันมา ความซึ้งใจติดตราตรึงใจ และบางตัวละครที่พวกเราแสนจะเกลียดชัง บางครั้งอาจจะหลงเสน่ห์ขณะนี้ก็ได้ ในตอนที่ผ่านมาได้สู้กับฝูงซอมบี้ไปแล้ว มาขณะนี้ก็สู้กับคนเป็นต่อ กลับเข้าสู่ฉากดราม่ากับการดำเนินเรื่องแบบอย่าง GOT ที่รู้จักดีกันแบบ Season แรกๆความยาวขณะนี้ใกล้เคียงกับในตอนที่แล้ว แม้กระนั้นความดุเดือดนั้นบางครั้งอาจจะไม่เท่ากันกับ The Long Night แม้กระนั้นการดำเนินเรื่องนั้นกล่าวได้ว่าคลาสสิคตามแบบ Game of Thrones อีกรอบ ในช่วงตอนจบได้ทำให้น่าติดตามต่อไปยัง EP ต่อไปมาก ด้วยฉากจบที่ทำให้อยากรู้ว่าเรื่องราวจะไปต่อยังทิศทางไหน ตอนต้นบางครั้งอาจจะเดินเรื่องช้าไปหน่อย แม้กระนั้นก็ดึงความสนุกสนานร่าเริงกลับมาได้ทันก่อนจะเบื่อไปซะก่อน เกือบได้พักจากฉากแอ็คชั่นสุดระทึกใจ แม้กระนั้นเป็นว่าความเข้มข้น และลุ้นจนถึงตัวเกร็งก็มีจำนวนไม่ใช่น้อย ภายหลังที่ได้กุมความแค้นเอาไว้จนถึงมือเปียกแฉะเหงื่อ กล่าวได้ว่ากำมือแน่นมาก ไม่ใช่เพียงแค่ Daenerys นะ เพศผู้ชมเองก็เช่นเดียวกัน รู้สึกจะมีอารมณ์ร่วมไปกับขณะนี้มากมายก่ายกอง เพราะว่าความค้างคามาจากในตอนที่แล้วนั้น ทำให้อยากจะรู้มากว่าตัวแม่มังกรจะเป็นเยี่ยงไรกับ King Landing และราชินีสุดโรคทางจิตที่คุณเกลียดชังเข้าไส้ ความเข้มข้นขณะนี้ก็มิได้แพ้ตอนอื่นเลย แม้กระนั้นบางช่วงเสมือนดูเหมือนรวบรัดง่ายดายไปนิดเดียว ภาพรวมแล้ว Game of Throne ขณะนี้เป็นตอนที่บันเทิงใจมาก ตื่นเต้นมาก และลุ้นมากตั้งแต่ต้นจนถึงจบ และมีฉากหักมุมเล็กๆให้ได้ตกใจกันนิดเดียว แม้กระนั้นมิได้ถึงกับหักศอกหรอกนะ ใน EP นี้จะทำให้รู้สึกเช่นเดียวกันกับลืมว่าเคยได้ต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ไปเลย เหมือนกับว่ามันผ่านมานานมากแล้ว เดินทางกันมาถึงตอนจบแล้ว กับยอดเยี่ยมซีรี่ย์ Game of Thrones โดยตอนจบนี้จะทำให้พวกเราได้สัมผัสถึงความรู้สึกดีที่คละเคล้ามาพร้อมกับความไม่สมหวังไปพร้อมกัน ในส่วนเรื่องราวที่สุดแสนจะรวบรัด จนถึงรู้สึกได้ว่าอยากให้จบไวขนาดนั้นเลยหรอ แม้กระนั้นถึงมันจะสั้นแม้กระนั้นก็สื่ออารมณ์ออกมาก้าวหน้าสมราคา GOT อยู่พอเหมาะพอควร แม้กระนั้นก็อย่าคาดหมายฉากจบแสนงามอย่างในนิทานที่จินตนาการไว้ เพราะว่ามันเป็นผลสรุปที่จะนำความสงบสุขอย่างแท้ทรูให้กับอาณาจักรทั้งปวง บางครั้งอาจจะรู้สึกว่ามันหักมุมเกินจะรับไหว ขัดใจคนดูนิดเดียว แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องเห็นด้วยในตอนจบที่ดีสำหรับทุกฝ่าย และรู้สึกว่าคนไม่ใช่น้อยน่าจะเดาเอาไว้ถูกทางอยู่เยอะพอสมควร และขณะนี้คนไหนที่เก็บเอาไว้รอดูรวดเดียวก็ถึงเวลามองได้แล้ว สำหรับซีรี่ย์ที่จัดลำดับในเรื่องความยอดเยี่ยม และยิ่งใหญ่นี้ สรุปรายละเอียดทั้งปวงของ Game of Thrones Season 8 ก็จบกันแล้วกับการรีวิว GOT แบบบากบั่นที่จะสปอยให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คงกล่าวได้ว่าเป็นการจบที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกฝ่ายทุกคน เรื่องราวที่ดำเนินถัดมาจากฤดูกาล 7 ก้าวหน้า มีการบิวด์ให้อยากมองตอนต่อไปได้น่าสนใจมาก ทำให้อยากติดตามมากขึ้นไปอีก แม้ว่าฉากจบนั้นบางครั้งอาจจะไม่ถูกหัวใจผู้ใดก็ตาม แม้กระนั้นเนื้องเรื่องทั้งปวงที่เคยมองกันก็เข้มข้นลำพองใจแฟนซีรี่ย์กันพอแล้ว ทั้งยังมีเรื่องมีราวราวความประทับใจในแต่ละตัวละคร และความผูกพันธ์ของตัวละครกับผู้ชมที่ติดตราตรึงใจไปตลอด ความประทับใจนี้จะอยู่กับผู้ชมทุกคนไปตลอดกับซีรี่ย์ที่ยิ่งใหญ่นี้

รีวิวหนัง The Avengers อเวนเจอร์ 1

อเวนเจอร์ 1

รีวิว The Avengers อเวนเจอร์ 1 | ซูเปอร์วีรบุรุษต่างชนิดมาร่วมกันสู้ ภายหลังที่พวกเราเคยบันเทิงใจกับหนังซูเปอร์วีรบุรุษจาก Marvel Studios มาหลายตัว ครั้งนี้มารวมกันในชื่อ The Avengers ต่อกรเหล่าอสุรีร้าย ไม่อาจจะทรหดอดทนคอยไปยาวนานกว่านี้ได้แล้ว ภายหลัง “The Avengers” เข้าฉายในประเทศไทยวันแรกเป็นวันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดของหลายคน ทำให้ทุกคนเฮโลกันเข้าโรงหนังแล้วออกมาทวีตกันเป็นทิวแถว สุดท้ายก็จะต้องไปดูในโรงด้วยตัวเองให้ได้ …ในวันนี้ The Avengers ดิ เอเวนพบร์ส | เมื่อซูเปอร์วีรบุรุษต่างชนิดจะต้องมาร่วมกันสู้ ภายหลังที่พวกเราเคยบันเทิงใจกับหนังซูเปอร์วีรบุรุษจาก Marvel Studios มาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Iron Man, Hulk, Thor, Captain America และก็อีกหลายวีรบุรุษ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากแฟนหนัง ครั้งนี้ มาถึงเวลาของการร่วมกันต่อสู้เหล่าโจรกันบ้าง ดูซิว่า เขาจะเอาซูเปอร์วีรบุรุษที่ต่างก็มีแคแรคเตอร์ของตัวเอง แถมอยู่กันต่างยุคต่างเวลามารวมตัวกันได้อย่างไร กล่าวได้ว่า Marvel Studios วางหมากมาอย่างดีเยี่ยม ที่จะไม่ทำให้เรื่องย่อยของซูเปอร์วีรบุรุษแต่ละตัวเกิดอาการแป้กก่อนถึงวันรวมพลัง ไม่ถูกกับอีกฟากฝั่งอย่างแจ่มแจ้ง ภายหลังปูพื้นกันมาหลายเรื่อง ที่พวกเราจะเจอในต่อมาเครดิตด้านหลังว่า มีเพศชายผิวดำมีตาข้างเดียว คอยเดินมาหาเชิญชวนไปทำโน่นทำนี่ แล้วครั้งนี้เขาก็ได้เปลี่ยนเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องพลาดท่า เขาเป็น Nick Fury (Samuel L. Jackson) ผู้ร่วมจัดตั้งโปรเจ็กต์ “ดิ เอเวนพบร์ส” ขึ้น แม้กระนั้นเมื่อคนเก่งมารวมกันมันย่อมไม่ได้ง่าย ความหยิ่งทะนงในความสามารถ ลักษณะท่าทางของผู้ที่ไม่ค่อยดำเนินการเป็นกลุ่ม ทำให้การรวมตัวกันเป็นครั้งแรกเปลี่ยนเป็นอุปสรรคสำคัญของโปรเจ็กต์นี้ Joss Whedon และก็พวกอุตสาหะเกลี่ยบทสุดกำลังเพื่อไม่ให้คนใดเด่นกว่าคนใด ทุกอักษรย่อมจะมีลักษณะท่าทางเฉพาะที่สะดุดตาของตัวละตัว นอกจากนี้ก็จะมีตอนที่เด่นๆของตัวเองในหนัง ไม่มากมายไป ไม่น้อยไป การมีมุมมองด้านลึกของตัวละครเข้ามาบ้าง ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนดูอินในตัวละครและก็ติดตามเอาใจช่วยได้มาก เว้นเสียแต่ความไม่ถูกชะตากันของซูเปอร์วีรบุรุษบางตัวแล้ว ก็ยังมีเรื่องความสงสัยสงสัย อันเป็นลักษณะของผู้ฉลาดทั่วไปที่ต้องการจะขบถขึ้นมานิดๆในหัวข้อนี้ก็มีด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อถูกเรียกตัวมาเพื่อรวมพลังกันต่อกรกับเหล่าร้ายผู้มาจากนอกโลก พวกเขาบางบุคคลเริ่มไม่แน่ใจว่าตนจะได้ข้อมูลครบ หรืออาจถูกปิดบังอยู่ แม้กระนั้นจุดหมายของภารกิจก็ไม่ใช่สิ่งที่จะละจากมันไปได้เช่นเดียวกัน และก็เมื่อซูเปอร์วีรบุรุษที่ต่างเผ่าพันธุ์กันมากเกิน ก็อาจจะเป็นผลให้หลายคนกระดากในความใกล้เคียงของแต่ละตัวในหนังเรื่องเดียวกันได้ ถึงแม้ว่าคนเขียนจะอุตสาหะยิ่งที่จะเกลี่ยให้บทมันเข้ากันได้แล้ว มั่นใจว่า หลายคนก็บางครั้งก็อาจจะยังรับมันไม่ได้อยู่ดี สำหรับผม มีความคิดเห็นว่าเขาเกลี่ยบทเจริญ พร้อมกับยังใส่มุขฮาๆเข้าไปมากพอที่จะทำให้คนดูร่าเริงแจ่มใสสลับกับการลุ้นในฉากต่อสู้ได้อย่างลงตัว สำหรับฉากแอ็คชั่นนั้นก็มีตั้งแม้กระนั้นเริ่มไปจนกระทั่งด้านหลังเรื่อง ตัดสลับด้วยฉากดำเนินเรื่องเป็นช่วงๆเพียงช่วงท้าย พวกเราจะได้ลุ้นกันมันๆยาวๆหน่อยเท่านั้นเอง ขณะที่งานด้านเทคนิคพิเศษเนียนดี วิธีภาพ 3 มิติในโรง RealD 3D นับว่าโอเคแม้ว่าจะไม่มากมายนักก็ตาม ที่สำคัญเป็น ควรจะมองฉากเพิ่มอีกหลังเครดิตชื่อผู้แสดงด้วยนะ ก่อนที่จะออกจากโรง โดยรวม ผมสนุกสนานและก็มันมากมายกับหนังต้มยำซูเปอร์วีรบุรุษหัวข้อนี้นะ จบปะ

Ant-Man 2 แอนท์แมน 2 และ เดอะ วอสพ์ (2018)

Ant-Man 2 แอนท์แมน 2 และ เดอะ วอสพ์ (2018)

Ant-Man 2 and The Wasp ภาคนี้เรื่องสำคัญๆเป็นการท่องมิติควอนตัมเชื่อมต่อสิ่งที่หาย สก็อตต์ แลง (พอล รัดด์) ป๊ะป๋าติดคดีที่ออกมาจากบ้านมิได้ แม้กระนั้นจะต้องไปช่วยตามหาแม่ของ โฮป แวน ไดน์ (อีวานเจลีน ลิลลี) ที่หายไปเมื่อ 30 ปีกลาย แอนท์แมน รวมทั้ง เดอะแวสป์ จำต้องสู้ด้วยกันเพราะเหตุว่ามันมีปัญหาจากคนร้ายตัวใหม่ โกสต์ (Ghost) แล้วก็มาเฟียที่มาแย่งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งยังจำเป็นต้องหนีตำรวจอีกต่างหาก มองเพลิดเพลินนนนตั้งแต่ต้นจนกระทั่งจบ บันเทิงใจแบบกำลังพอดีมีความฮา แอคชั่นมัน อบอุ่นกับครอบครัว เปิดเผยต้นสายปลายเหตุการหายไปรวมทั้งเชื่อมกับ Infinity War ได้อย่างยอดเยี่ยม หนังทำให้ แอนท์แมน รวมทั้ง เดอะแวสป์ ราวกับหนีเสือปะตะไข้ สร้างสถาการณ์ให้เรื่องที่ดูเหมือนจะง่ายกลับวุ่นวายได้อีก ประเดี๋ยวผุบประเดี๋ยวโผล่ย่อขนาดข้าวของต่างๆกันเป็นว่าเล่น ก็จุดนี้แหละทำให้หนังมันไม่ซ้ำใคร แถมยังเปิดเผยความพิเศษของมิติควอนตัมที่น่าดึงดูดคงจะได้ใช้ในอนาคต ฉากแอคชั่นทำออกมาได้พราวแพรว ชักชวนลุ้นๆเน้นย้ำไล่ล่าบนถนน ไม่ต้องเล่นใหญ่พังทลายอาคารกู้โลกแม้กระนั้นรู้เรื่องมันเช่นกัน สก็อต แลงจ์ ยังคงเป็นแอนท์แมนที่อบอุ่นรวมทั้งได้อย่างมีเสน่ห์ ส่วนลูอิสได้ซีนตัวป่วนชวนเฮฮาอย่างเดิม (ถูกใจฉากนั้นมากมาย) รวมๆแล้วสนุกสนานเพลิดเพลินๆพักเบรกจากการสู้รบใหญ่มองเพื่อเชื่อมต่อจักรวาลมาร์เวลถัดไป 7.5/10 End Credit ตัวแรกดีไม่จกตา ตัวลำดับที่สองปลดปล่อยมันไปก็ได้ วันนี้ในโรงหนัง

maleficent 2 รีวิวหนัง

maleficent 2

เรื่องราวย่อๆออโรร่า เซย์เยสตอบตกลงสมรสกับ พระราชโอรสฟิลิป พร้อมแต่งงานไปร่วมชายคาเดียวกันที่พระราชวัง รวมสองดินแดนเข้าด้วยกันเพื่อความสงบสุขอีกทั้งเหล่ามนุษย์และก็แฟรี่ทูตสวรรค์ต่างๆงานนี้แม่สามีราชินีอิงกริดนางไม่ชอบใจ สองเชื้อสายจะอยู่ร่วมโลกกันมิได้ก็เลยวางแผนสร้างแผนลวงก่อสงความครั้งใหญ่ให้ตายกันไปข้าง ด้าน มาลิฟิเซนต์ พร้อมปรับพฤติกรรมเพื่อบุตรสาวเป็นสุขดังหัวใจ ภาคนี้พวกเราได้มองเห็น มาเลฟิเซนต์ มีหัวใจมากขึ้นรักบุตรสาว ออโรร่า สุดหัวใจยอมทุกๆอย่าง มีมุมน่ารักน่าเอ็นดูๆฝึกซ้อมกล่าวฝึกซ้อมยิ้มเพิ่มความใจดี นอกเหนือจากนั้นพลังของแม่ดอกไม้ยังฟาดๆพลังแรง นางปลดปล่อยพลังที่ร้อนๆหนาวกันไปข้าง แม้กระนั้นข้างราชินีก็ได้อาวุธที่ร้ายมากอย่างยิ่งจริงๆพร้อมสยบเหล่าดาร์กเฟยให้สลายไปคาตา ภาคนี้แม่บุปผามิได้มาผู้เดียว เนื่องจากว่านางได้พบพวกของตนเองที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน พร้อมบุกพร้อมสู้เพื่อทวงคืนพื้นที่ให้ทุกคนได้อยู่บนโลกที่แจ่มใสร่วมกัน แองเจลิน่า โจลี ไม่ว่าจะออกมาฉากไหนนางก็งามดุ้งพุ่งสุดๆทุกมุมตั้งแต่เปิดตัวจนกระทั่งจบว้าวมากมาย ยิ่งฉากเจ็บในชุดผ้าก๊อซปลดปล่อยผมสลวยงามมากมายๆต้องการพานางไปยูนิเวิร์สชิงมง ด้าน แอล แฟนนิ่ง ชุดงามกลับเปลี่ยนเป็นเจ้าฟ้าหญิงหูเบาไร้เหตุผล เนื่องจากว่าความรักล้นดวงใจอาจก่อให้นางตาบอดไปครู่หนึ่ง แต่ยังไงและจำต้องลุ้นว่าจะจบเช่นไร เป็นหนังที่เสพง่ายเพลินตาเพลินใจ แต่ละฉากวิชวลทำออกมาได้ละลานตาน่าประทับใจ ไม่ว่าจะงานแต่งงานที่ตระการตา หรือจะหมุนควงสว่านของแม่ก็ปัง เป็นหนังที่จัดเต็มความรื่นเริงใจจริงๆเป็นภาคต่อที่คิดว่ามันเพอร์เฟ็ค ยิ่งมองในโรง IMAX ยิ่งได้อรรถรสวิ้งวับสวยระยิบจับตา 8.5/10